Wednesday, 21/8/2019 | 7:10 UTC+0

ประวัติ ชนเผ่า Maya ผู้รุ่งเรืองในอดีต

อารยธรรมมายาถือเป็นชนเผ่าโบราณที่มีวัฒนธรรมที่ซับซ้อน มีวิทยาการสุดรุ่งเรืองในอดีตไม่ว่าจะเป็นรูปแบบของการเขียน ศิลปะ สถาปัตยกรรม คณิตศาสตร์ ปฏิทิน และดาราศาสตร์ อารยธรรมมายาแพร่ขยายมาในพื้นที่ครอบคลุมเม็กซิโกตะวันออกเฉียงใต้ ภูมิภาคนี้ประกอบด้วยที่ราบลุ่มทางตอนเหนือที่ครอบคลุมคาบสมุทรยูคาตัง และที่ราบสูงของเซียร์รามาเดรยาวมาจนถึงรัฐเชียปัสของเม็กซิโก นับตั้งแต่สมัยโบราณเมื่อ 2,000 ปีก่อนคริสต์ศักราช ได้เริ่มมีการพัฒนาด้านการเกษตรอย่างมาก มีหมู่บ้านที่เก่าแก่ที่สุดในช่วงยุค 2000 ถึง 250 ปีคริสต์ศักราชที่เริ่มเห็นการสร้างสังคมที่มีความซับซ้อนแห่งแรกในพื้นที่ของชาวมายา พื้นทีทางการเกษตรส่วนใหญ่นิยมเพาะปลูกพืชจำพวก ข้าวโพด ถั่ว น้ำเต้า พริก

เมืองหลวงแรกของชาวมายา

ชาวมายาเริ่มรวมตัวกันเป็นชนกลุ่มใหญ่ด้วยทรัพยากรที่มีมากมายนั้น ทำให้พวกเขาตั้งเมืองหลวงขึ้นเป็นแห่งแรกในช่วงปี 750 ก่อนคริสตกาล จนกระทั่งเวลาผ่านไปกว่า 150 ปี เมืองของพวกเขาก็เต็มไปสถาปัตยกรรมที่ยิ่งใหญ่สวยงามกว่าใคร ในช่วงนี้เองที่เริ่มมีการใช้อักษรอียิปต์โบราณในวัฒนธรรมของชาวมายาในศตวรรษที่ 3 ก่อนคริสต์ศักราช เมืองที่รุ่งเรืองในยุคก่อนส่วนใหญ่จะพัฒนาในช่วงยุคปลายที่เรียกว่า “Late Preclassic” หนึ่งในนั้นก็คือเมือง “Kaminalijuyu”

นักรบชาวมายาสุดแข็งแกร่ง

เป็นที่รู้กันดีว่าในสมัยก่อนว่าอารยธรรมทั้งหลายต่างทำการรบกันอย่างดุเดือดไม่เว้นแต่ชาวมายา พวกเขาออกรบด้วยหลายสาเหตุส่วนใหญ่ก็เพื่อควบคุมเส้นทางการค้าและเครื่องบรรณา การบุกเข้าเมืองเพื่อจับเชลย จนถึงขนาดทำลายล้างเมืองของศัตรู ในปัจจุบันนี้ไม่ค่อยมีใครรู้เกี่ยวกับทางทหารของมายาได้อย่างถูกต้อง พวกเรารู้เรื่องราวของเขาผ่านการบันทึกในอักษรอียิปต์โบราณ น่าเสียดายที่ไม่ได้จารึกข้อมูลรูปแบบของการทำสงครามหรือกลยุทธ์ที่ใช้เลยในการศึกสมัยก่อนเลยแม้แต่น้อย

อาวุธประจำตัวของทหารมายาส่วนใหญ่เรียกว่า “Atlatl” เป็นหอกที่ใชสำหรับขว้างใส่ศัตรู มันมีความยาว 0.5 เมตร (1.6 ฟุต) ด้ามทำจากไม้เนื้อแข็งที่มีปลายบากเพื่อเสียบลูกดอก เมื่ออยู่ในสนามรบทหารจะใช้แทงศัตรูในระยะประชิด และขว้างใส่ในระยะไกลด้วยแรงจากแขนเพียงข้างเดียว มีหลักฐานยืนยันว่ามันถูกนำไปใช้จริงในยุคสงคราม “Blowgun” นอกจากนี้ยังใช้เป็นเครื่องมือในการออกล่าสัตว์อีกด้วยเช่นกัน เมื่อพูดถึงยุคนี้สิ่งที่คู่กันเลยก็คืออาวุธเป่าลูกดอกที่นิยมใช้ไม่แพ้กับหอก แต่ในสมัยก่อนมันไม่นิยมนำมาใช้ในสงครามจนกระทั่งเวลาผ่านไปรูปแบบของสงครามก็เริ่มพัฒนาขึ้น ทำให้ต้องใช้อาวุธที่หลากหลายมากขึ้นตามสถานการณ์นั่นเอง

 

About