Thursday, 23/3/2017 | 2:09 UTC+0

กำเนิดทวีปแอฟริกา

แอฟริกาเป็นต้นกำเนิดของมวลมนุษยชาติ ดินแดนอาถรรพ์แห่งหายนะ เกิดเหตุการณ์รุนแรงต่างๆมากมาย เป็นทวีปที่มีขนาดใหญ่มาก รองจากเอเชีย มีความสวยงามทางธรรมชาติมากมาย หลากหลายประสบการณ์จากมุมมองที่แปลกใหม่ เพื่อนำไปใช้ ร่องรอยอารยธรรมที่ถูกสืบทอดมาจากรุ่นสู่รุ่น หลากหลายลักษณะภูมิภาคของทวีป จากการย้ายถิ่นฐานที่อยู่ของคนภายในทวีป สร้างอารยธรรม ตามวิถี

นานาข่าวสาร

กิจกรรมชนเผ่ามาไซ

Masai Mara3

« 1 of 6 »

  • Samburu มีประวัติความเป็นมาอย่างไร

    ชนเผ่าซัมบูรูนั้น เป็นชนเผ่าที่มีประวัติไม่ค่อยมากสักเท่าไหร่ เพราะเป็นชนเผ่าที่หลบซ่อนคนโดยที่เข้าไปอยู่ในป่าของเคนยา ที่มีความลึกและไม่มีใครกล้าเข้าไปนั้นเอง และชนเผ่านี้ก็ได้ล่าสัตว์ใหญ่เป็นอาหาร และนำพวกหนังของสัตว์มาทำเป็นเครื่องประดับนั้นเอง ซึ่งชนเผ่าซัมบูรูนี้ได้รักความสวยความงามอย่างมาก เพราะผู้หญิงจะนิยมนำหนังสัตว์หรือส่วนหางของสัตว์มาทำเป็นเครื่องประดับ ให้ตัวเองสวมใส่อย่างสวยงาม โดยชนเผ่าซัมบูรูได้มีวัฒนธรรมของเขาอยู่แล้ว ซึ่งการแต่งหน้าหรือแต่งตัวนั้นตามชนเผ่าต่างๆจะแตกต่างกันออกไป แต่ซัมบูรูก็เหมือนกับพวกชนเผ่ามาไก เพราะมีวิธีชีวิตที่เหมือนๆกัน และในสมัยปัจจุบันนี้ป่าเคนยานั้นได้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวไปแล้ว โดยคนจำชนเผ่าซัมบูรูจะเป็นคนพาเที่ยวนั้นเอง ซึ่งถือว่าชนเผ่าของพวกเขานั้นยังได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่แตกต่างกันออกไปนั้นเอง โดยที่ชนเผ่าซัมบูรูก็ได้เรียนรู้วัฒนะธรรมของพวกเราเข้าไปอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างมากในการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกัน และพวกเราก็สามารถรู้เรื่องราวในอดีตของพวกเขาได้นั้นเอง เพราะเรื่องราวของชนเผ่านั้นไม่ใช่เรื่องที่จะรับรู้กันได้ง่ายๆ ซึ่งเขาก็จะเล่าถึงเรื่องราวในสมัยก่อนว่าชนเผ่าของเขานั้น ในสมัยก่อนใช้ชีวิตกันอย่างไร และหาอาหารแบบไหน ซึ่งความสามารถในการทำเครื่องประดับต่างๆมาจากไหนนั้นเอง ซึ่งชนเผ่าซัมบูรูได้มีต้นกำเนิดมานานหลายร้อยปี และได้มีลูกหลานต่อๆกันมาเรื่อยๆ โดยการสืบสานวัฒนะธรรมและความรู้ในการทำเครื่องประดับต่างๆนั้นเอง ซึ่งชนเผ่าซัมบูรูนี้ได้มีต้นกำเนิดอยู่ในป่าเคนยาที่มีความกว้างและลึกของป่า และพวกเขาได้อาศัยอยู่ในบริเวณส่วนที่ลึกของป่านั้นเอง โดยที่พวกเขานั้นต้องใช้ชีวิตอย่างอันตรายเพื่อเอาตัวรอดจากสัตว์ป่าที่ดุร้าย และต้องรู้จักวิธีการหาอาหารในแต่ละเมื้อด้วยตนเอง เพราะในป่าที่ลึกนั้นก็จะมีอาหารที่อุดมสมบูรณ์อยู่นั้นเอง โดยเริ่มแรกพวกเขาก็ต้องทำอาวุธในการล่าเหยื่อก่อนนั้นเอง และเขาก็ได้เรียนรู้การเอาตัวรอดและวิธีการล่าเหยื่อด้วยตนเองมาตลอด เลยได้มีการถ่ายทอดให้กับลูกหลานต่อๆกันมา ซึ่งถือว่าในสมัยโบราณนั้นพวกเขาไม่ได้มีความรู้อะไรเลย แต่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ต่างๆของตัวเองทำเครื่องประดับขึ้นมาในแต่ละชิ้นเท่านั้นเอง โดยถือว่าเป็นความคิดที่มีประโยชน์อย่างมากในปัจจุบันเพราะพวกเขาสร้างรายได้ด้วยเครื่องประดับของตนเอง

    Read more
  • ชนเผ่า Dinka กับประวัติที่น่าจดจำ

    ชนเผาดินคานั้นมีประวัติความเป็นมาที่ไม่ธรรมดาเอาสะเลย เพราะพวกเขานั้นได้หลงใหลในความรักสวยรักงามมาตั้งแต่สมัยโบราณ พวกเขาหลงใหลในเครื่องประดับสีสันต่างๆ ซึ่งชนเผาดินคานั้นพวกเขาจะเน้นการทำประมงหรือเลี้ยงสัตว์นั้นเอง เพราะพวกเขาสามารถพึ่งพาตัวเองได้ และสามารถหาอาหารได้ด้วยตนเอง และการเลี้ยงลูกของพวกเขานั้นนิยมเลี้ยงลูกแบบให้เรียนรู้การเอาตัวรอดด้วยตนเอง โดยชนเผ่าดินคานี้จะไม่ชอบใส่เสื้อผ้ามาตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว แต่จะนิยมนำเครื่องประดับใส่ตัวแทนการใส่เสื้อผ้า เพราะพวกเขาชอบเครื่องประดับมากกว่าเสื้อผ้า เพราะผู้ชายจะเปลือยกายโดยที่หาเครื่องประดับมาใส่ไว้เท่านั้นและผู้หญิงก็เช่นกัน โดยที่จะไม่นิยมใส่เสื้อผ้านั้นเอง ซึ่งชนเผ่าดินคานี้ชอบเลี้ยงสัตว์อย่างมาก พวกเขาจะอาบน้ำให้สัตว์ และเล่นกับสัตว์ทุกชนิดที่เล่นได้ ชนเผ่าคาดินเป็นชนเผ่าที่นิสัยดี ไม่ทำร้ายผู้ใดนอกจากจะมีสงครามนั้นเอง ซึ่งชนเผ่าในสมัยก่อนจะไม่นิยมใส่เสื้อผ้าแต่ในยุคหลังๆนั้น เขาได้มีการพัฒนาขึ้นแล้วจากเดิม โดยที่ยุดหลังจะนิยมหาเสื้อผ้ามาใส่กันแต่ก็ยังนิยมเครื่องประดับเหมือนเดิม ซึ่งชนเผาดินคานี้ในสมัยก่อนได้เกิดสงครามระหว่างชนเผ่ามายาวนาน และพอสงครามสิ้นสุดลงก็ได้มีความสูญเสียที่น่าเสียใจอย่างมาก เพราะชนเผ่าในสมัยก่อนนั้นต้องสร้าง อานาเขตของตัวเอง และมีเขตหวงห้ามที่ไม่ให้ใครเข้าไป เพราะถือว่าล้ำเขตกันนั้นเอง และการหาอาหารของชนเผาแต่ละชนเผ่านั้นแตกต่างออกไป บางชนเผ่าจะทานพวกของแปลกอย่างเช่นหนังคนหรือพวกสัตว์ที่ไม่มีใครทานกัน เพราะในสมัยก่อนนั้นจะมีชนเผาที่กินคนอยู่นั้นเอง พวกเขาจะนิยมทานชนเผ่าอื่น หรือนำคนไปเป็นเครื่องสังเวยหรือบูชายันนั้นเอง ซึ่งจะมีพิธีบูชายันอยู่ตลอดสำหรับชนเผาที่ดุร้าย แต่สำหรับชนเผาทั่วไปแล้วไม่ค่อยนิยมทานกันเอง เพราะเขาถือว่าเป็นคนเหมือนกัน ซึ่งจะหันไปทานสัตว์แทนนั้นเองหรือผลไม้ในป่าแทน เพราะการล่าสัตว์นั้นถือว่าเป็นวิถีชีวิตประจำวันอยู่แล้ว โดยที่จะไปล้ำเขตคนอื่นเพราะจะมีการแบ่งเขตกันไว้ซึ่งห้ามข้ามเขตไปยังเขตคนอื่น และต้องรักษากฎระเบียบให้ดีถือว่าเป็นวินัยอย่างหนึ่งในการใช้ชีวิต ซึ่งการใช้ชีวิตของชนเผานั้นก็จะต่างกันออกไปเพราะชนเผาดินคาจะสนใจเรื่องการเลี้ยงสัตว์เป็นอย่างมากนั้นเอง และการทำเครื่องประดับต่างๆเพื่อมาส่วมใสให้สวยงาม

    Read more
  • ชนเผ่า Pygmies (ปิ๊กมี่)

    ชนเผ่าโบราณอาศัยอยู่บริเวณเส้นศูนย์สูตร แถบประเทศคองโก ลักษณะที่โดดเด่นมากที่สุดของชนเผ่านี้ คือ เตี้ย สูงโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 120 ซม. หนักไม่เกิน 50 กก. หัวโต ขาสั้น ผอมแต่มีพุง อายุไม่ยืนยาวนักอยู่ที่ 30 -40 ปี มีแต่ภาษาพูดไม่มีภาษาเขียน นับเลขไม่ได้ มีลูกตั้งแต่อายุ 8 ปี เพราะถือว่าโตเต็มที่แล้ว ชนเผ่า ปิ๊กมี่ เป็นกลุ่มชนเผ่าที่โดนดูถูกเหยียดหยามมาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน เพราะ บนทวีปแอฟริกาหากต้องที่จะด่าใครว่าโง่ จะเรียกว่า ปิ๊กมี่ เพราะเป็นคนป่าที่ไม่รู้หนังสือเลย และ ไม่เรียนรู้ด้วย เรียกได้ว่า เป็นชนเผ่าที่อายุสั้นและมีลูกเร็วที่สุดในโลก

    Read more